ก้าวสำคัญระดับนานาชาติ ! สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน ผนึกกำลังสมาคมวิสาหกิจฯ เซี่ยงไฮ้ ลงนาม MOU มุ่งขยายฐานเศรษฐกิจและการลงทุน

กรุงเทพมหานคร – เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง “สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน” จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งประวัติศาสตร์ร่วมกับ “สมาคมความร่วมมือของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งนครเซี่ยงไฮ้” โดยมีเป้าหมายเชิงรุกในการบูรณาการความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และยกระดับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระหว่างประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

บรรยากาศงานและแขกผู้มีเกียรติระดับประเทศ

บรรยากาศภายในพิธีเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ คึกคัก และเต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพอันดี โดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญระดับประเทศ ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายระหว่างประเทศเข้าร่วมเป็นสักขีพยานอย่างคับคั่ง อาทิ :

  1. พลเอก กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ – เลขาธิการภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ
  2. พลเอก วิศณุ ศรียะพันธ์ – ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองบัญชาการกองทัพไทย
  3. สว. สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม – ประธานอนุกรรมาธิการศึกษาด้านพลังงานทดแทน
  4. ศ.พิเศษ ว่าที่ร้อยตรี ชนะ อมาตยกุล – ผู้ช่วยเลขานุการสำนักงานเลขานุการในองค์ หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธ์
  5. Mr. Teh Choo Boon – ผู้แทนจากสภาส่งเสริมวัฒนธรรม ประเทศมาเลเซีย

วิสัยทัศน์เพื่ออนาคตแห่งการค้าการลงทุน

ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การขึ้นกล่าวแสดงวิสัยทัศน์โดย ดร.ประกาย ณ สงขลา ประธานสภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน ซึ่งได้เน้นย้ำถึงจุดยืนในการสร้างความเชื่อมั่นบนเวทีโลก “เป้าหมายสำคัญของเรา คือ การผลักดันความร่วมมือด้านการค้าระหว่างประเทศให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งสร้างแรงขับเคลื่อนให้แก่สมาคม SIAB และบริษัทจากนานาชาติที่เข้าร่วมการประชุม เพื่อมุ่งสู่ความร่วมมือที่จับต้องได้ เป็นรูปธรรม และยั่งยืนสำหรับทุกภาคส่วน”

การผนึกกำลังกับตัวแทนจากนครเซี่ยงไฮ้

งานนี้ยังได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากคณะผู้แทนระดับสูงจากสมาคมความร่วมมือของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเดินทางมาร่วมลงนามและเจรจาความร่วมมือ ได้แก่:

  1. Mr. RUI YANZHUO
  2. Miss FENG XIAOYAN
  3. Miss LIU YINHUA
  4. Mr. LIU PENG

พิธีลงนามดังกล่าวสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยมีคณะอนุกรรมการทุกฝ่ายและสมาชิกสภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียนร่วมเป็นสักขีพยาน การจับมือกันในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยเชื่อมโยงและกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ตลอดจนเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาคอาเซียน ให้ก้าวหน้าและมั่นคงยิ่งขึ้นในระดับสากล